กำลังมองหาหญ้าสวยๆ ไว้ปูสนามหน้าบ้านอยู่ใช่ไหม? 🌿

กำลังวางแผนปูสนามหญ้าหน้าบ้านอยู่หรือเปล่า? 🌿

แต่ยังลังเลว่าจะเลือกหญ้าพันธุ์ไหนดี ที่เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา แถมดูแลง่ายและทนทั้งแดดทั้งฝน 🌞🌧

ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ(16)

เรามีคำแนะนำดีๆ มาช่วยให้คุณเลือก หญ้าที่ใช่ สำหรับสนามหน้าบ้าน ทั้งในเรื่องความสวย ความทน และการดูแลให้ง่ายขึ้น 🏡💚

ทำความรู้จัก 4 สายพันธุ์หญ้า เลือกพันธุ์ไหนดี พร้อมวิธีการปลูกและการปูหญ้า

1. หญ้านวลน้อย
หญ้านวลน้อย (Manila Grass) หรือที่หลายคนคุ้นกันในชื่อ หญ้ามะนิลา เป็นหญ้าพันธุ์ยอดฮิตที่นิยมใช้ปูสนามทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศในแถบเขตร้อนชื้นอย่างญี่ปุ่น ไต้หวัน จีนตอนใต้ ไทย และอินโดนีเซีย ที่สำคัญคือเป็นหญ้าพื้นเมืองของบ้านเราเองเลยนะ

 ข้อดีของหญ้านวลน้อย

  • ปลูกง่าย เติบโตได้ดีในดินหลายชนิด ทนต่อแสงแดดและอากาศร้อนได้ดี ทนต่อการเหยียบย่ำ เหมาะกับพื้นที่ใช้งานบ่อย คลุมดินได้เร็ว หน้าดินเรียบเนียน สวยงาม
 ข้อเสียของหญ้านวลน้อย
  • ไม่ทนร่ม หากปลูกในที่แสงแดดส่องไม่ถึง หญ้าจะเหลืองและตาย  ต้องตัดแต่งสม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้นจะดูรก อาจมีวัชพืชแทรก หากดูแลไม่ทั่วถึง
วิธีการดูแล
  •  ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดเพียงพอ หรือในที่ร่มที่ยังมีแสงส่องถึง เพราะหญ้าชนิดนี้ชอบแสงและเติบโตได้ดีในที่โล่งกลางแจ้ง สามารถทนต่อสภาพอากาศร้อนจัด แห้งแล้ง หรือแม้แต่น้ำขังชั่วคราวได้ ควรรดน้ำเป็นประจำแบบพอเหมาะ ไม่แฉะเกินไป และหมั่นตัดหญ้าทุก 1-2 สัปดาห์ 

2.  หญ้ามาเลเซีย
หญ้ามาเลเซีย (Tropical Carpet) หญ้าชนิดนี้ชอบอยู่ในที่ร่มและชื้น โตง่าย ไม่ต้องดูแลเยอะ ที่สำคัญคือ ไม่ต้องตัดบ่อย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากมีสนามสวย ๆ แต่ไม่มีเวลามากในการดูแล ใบหญ้ามาเลเซียจะมีขนาดใหญ่ สีเขียวเข้ม ดูสดชื่นสบายตา ไม่แพ้หญ้าชนิดอื่นเลย จะปูในสวนหน้าบ้าน ข้างบ้าน หรือมุมพักผ่อนก็สวยลงตัว แถมยังเป็นหญ้าที่ชอบน้ำ หลายคนเลยนำไปจัดสวนใกล้โซนห้องน้ำแบบ Outdoor หรือบริเวณที่อยากเพิ่มความรู้สึกเป็นธรรมชาติในบ้านก็ยังได้ เรียกได้ว่า สวย ดูแลง่าย เหมาะกับคนรักธรรมชาติแต่ไม่มีเวลามาก

ข้อดีของหญ้ามาเลเซีย
  • เติบโตได้ดีในที่ร่มหรือบริเวณที่แดดรำไร ดูแลง่าย ไม่ต้องตัดบ่อย เหมาะกับคนไม่มีเวลา ใบใหญ่ สีเขียวเข้ม ให้บรรยากาศร่มรื่น สดชื่น ชอบน้ำ เหมาะกับสวนชื้นหรือพื้นที่ใกล้น้ำ ใช้จัดสวนสวยได้ทั้งในบ้านและ Outdoor ได้ลงตัว
ข้อเสียของหญ้ามาเลเซีย
  • ไม่ค่อยทนต่อการเหยียบย่ำ ถ้าใช้งานหนักอาจโทรมเร็ว ถ้าแดดจัดเกินไป หญ้าอาจเหลืองหรือแห้งได้ต้องรดน้ำสม่ำเสมอ เพราะเป็นหญ้าที่ชอบความชื้น
วิธีการดูแล
  • รดน้ำเป็นประจำ วันเว้นวันหรือวันละ 1 ครั้ง แล้วแต่สภาพอากาศ ไม่จำเป็นต้องตัดบ่อย อาจตัดเดือนละ 1 ครั้งก็เพียงพอ ไม่ควรเหยียบย่ำมาก เพื่อคงความเขียวสวยไว้ได้นาน ควรปลูกในพื้นที่ร่ม หรือมีแดดไม่แรงเกินไป


3. หญ้าญี่ปุ่น
หญ้าญี่ปุ่น (Zoysia Japonica Steud.) เป็นหญ้าพื้นเมืองจากจีนตอนเหนือและคาบสมุทรเกาหลี มี 2 ชนิดหลักคือ ใบกว้างและใบกลม โดยชนิดใบกลมได้รับความนิยมในไทยเพราะใบเล็ก ละเอียด สวยงาม หญ้าชนิดนี้ลำต้นแข็ง เลื้อยคลุมดินได้ดี ใบสีเขียวเข้ม ปลายค่อนข้างแข็ง สัมผัสแล้วระคายผิว ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี เช่น ปูแผ่น แยกต้น หรือปลูกเป็นกระจุก ชอบดินเหนียว แดดจัด ทนร้อนและแห้งแล้ง แต่ไม่ชอบที่แฉะ เจริญเติบโตช้า แต่แน่นหนาเมื่อโตเต็มที่ ต้องหมั่นตัดแต่งสม่ำเสมอ เหมาะกับสวนที่ดูแลต่อเนื่อง
ข้อดีของหญ้าญี่ปุ่น
  • ใบเล็ก ละเอียด สวยงาม ให้สนามดูเรียบร้อย สีเขียวเข้ม ดูสบายตา เหมาะกับการจัดสวน ทนแดดจัด ทนอากาศร้อนและแห้งแล้งได้ดี ทนต่อการเหยียบย่ำพอสมควร
ข้อเสียของหญ้าญี่ปุ่น
  • โตช้า ต้องใช้เวลาในการปูสนามให้เต็ม ต้องตัดแต่งบ่อย หากปล่อยยาวจะกลายเป็นกระจุกแข็งไม่เหมาะกับพื้นที่ชื้นแฉะ หญ้าอาจเน่าเสียได้ สัมผัสแล้วระคายผิว เพราะใบแข็งปลายแหลม
วิธีการดูแล
  • รดน้ำวันละครั้ง หรือวันเว้นวัน แล้วแต่สภาพอากาศ ตัดแต่งหญ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เป็นกระจุกแข็ง ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกทุก 1-2 เดือน เพื่อให้หญ้าเขียวสวย หากมีการเหยียบย่ำมาก ควรเสริมแผ่นหญ้าใหม่เป็นระยะ

4. หญ้าเบอร์มิวด้า
หญ้าเบอร์มิวด้า (Bermuda Grass) เป็นหญ้าปูสนามที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ทนแดด ทนแล้ง และรับมือกับการเหยียบย่ำได้ดีเยี่ยม จุดเด่นของหญ้าชนิดนี้คือมี ใบเรียวเล็ก สีเขียวเข้ม และเมื่อนำมาปูจะดูละเอียดนุ่มคล้ายผ้ากำมะหยี่ สวยงามเป็นธรรมชาติ อีกหนึ่งความพิเศษคือ แม้จะมีน้ำขังหรือจมน้ำ หญ้าเบอร์มิวด้าก็ยังไม่ตาย! เพราะสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดีมาก แต่อย่างไรก็ตาม หญ้านี้ต้องการแสงแดดจัด จึงเหมาะกับการปลูกในที่โล่งแจ้ง เช่น สนามกอล์ฟ สนามกีฬา หรือสวนที่ไม่มีร่มเงา แม้จะดูแข็งแรง แต่หญ้าเบอร์มิวด้า ต้องการการดูแลค่อนข้างสูง ต้องคอยตัดแต่งบ่อย ๆ เพราะโตเร็วมาก และหากปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลามกลายเป็นวัชพืชได้

✅ ข้อดีของหญ้าเบอร์มิวด้า
  • ใบเรียวเล็ก สีเขียวเข้ม สวยงามและดูนุ่มเหมือนกำมะหยี่ ทนแดดจัด และอากาศร้อน/แห้งแล้งได้ดีฟื้นตัวไวจากการเหยียบย่ำ เหมาะกับพื้นที่ใช้งานบ่อย แม้จมน้ำหรือน้ำขัง ก็ไม่ตายง่าย เจริญเติบโตเร็ว ปูสนามเต็มไว
❌ ข้อเสียของหญ้าเบอร์มิวด้า
  • โตไวเกินไป อาจกลายเป็นวัชพืชหากไม่ได้ควบคุม ต้องการแสงแดดมาก ไม่เหมาะกับพื้นที่ร่มต้องตัดแต่งดูแลสม่ำเสมอ ไม่ค่อยนิยมนำมาทำสนามฟุตบอล
วิธีการดูแล
  • รดน้ำวันละครั้งหรือวันเว้นวัน ขึ้นอยู่กับอากาศ ตัดหญ้าบ่อย เพราะโตเร็วและลุกลามไวใส่ปุ๋ยเพื่อบำรุงใบให้เขียวและแน่นขึ้นทุก 1-2 เดือน ควบคุมการลามของหญ้าให้ดี เพื่อไม่ให้กลายเป็นวัชพืช

5. หญ้าไทเป
หญ้าไทเป หรือ หญ้ามาเลเซียแคระ (Broadleaf Carpet Grass) มีลักษณะคล้ายหญ้ามาเลเซีย แต่ใบจะแผ่ขนานกับพื้นดินและไม่ต้องตัดแต่งบ่อย มันเลื้อยใต้ดินและมีความหนาแน่นสูง ทำให้วัชพืชไม่สามารถเติบโตได้ง่าย หญ้าไทเปสามารถปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและในร่ม โดยไม่เลือกดินมากนัก ยกเว้นดินเค็มหรือดินเปรี้ยว ชอบน้ำปานกลางและโตช้า แต่เมื่อเต็มพื้นที่จะมีความหนาแน่นและทนทาน เหมาะสำหรับการปลูกในสวนหน้าบ้านโดยไม่ต้องดูแลมากนัก


✅ ข้อดี
  • เลื้อยใต้ดินและแผ่ขนานกับพื้น ทำให้ไม่ต้องตัดแต่งบ่อย เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่กลางแจ้งและร่ม ทนทานต่อดินหลายประเภท ยกเว้นดินเค็มหรือดินเปรี้ยว ความหนาแน่นสูง ป้องกันวัชพืชได้ดีปลูกได้ยาวนานโดยไม่ต้องดูแลมาก
❌ ข้อเสีย
  • การแผ่ขยายค่อนข้างช้า หากปลูกในที่ร่มจะมีสัมผัสแข็งและไม่เรียบเหมือนหญ้าชนิดอื่น
    ต้องการน้ำปานกลางและการระบายน้ำดี
วิธีการดูแล
  • รดน้ำปานกลางไม่ให้แฉะ ไม่ต้องตัดแต่งบ่อย เพราะใบแผ่ขนานกับพื้น ถ้าปลูกในพื้นที่มีแดดจัดจะให้สัมผัสนุ่ม ขณะที่ร่มจะสัมผัสแข็งขึ้น

วิธีการปลูกหญ้าเบื้องต้น
นอกจากการเลือกประเภทของหญ้าที่เหมาะสมแล้ว การเตรียมดินและวิธีการปลูกหญ้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกหญ้า โดยมีขั้นตอนเบื้องต้นดังนี้
1. ก่อนจะเริ่มปูหญ้า ควรเตรียมพื้นดินให้เรียบร้อยตามลักษณะการใช้งานและรูปแบบการจัดสวนที่ต้องการ บางคนอาจออกแบบให้มีเนินโค้งเพื่อความสวยงาม หรือจัดแต่งหน้าดินให้สามารถปลูกไม้ดอกแซมได้

2.  หลังจากปรับหน้าดินแล้ว ควรเติมสารอาหารให้ดินด้วยการโรยทรายขี้เป็ดหรือดินขุยไผ่ จากนั้นรดน้ำให้ทั่วจนดินมีความชุ่มชื้น

เมื่อดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้นก็สามารถปลูกหญ้าได้ทุกชนิดให้เจริญเติบโตอย่างสวยงาม และที่สำคัญควรดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำ ตัดแต่ง หรือดูแลใบไม้ให้เรียบร้อยอยู่เสมอ